พาเที่ยว…เมืองมรดกโลก เกาะเชจู

พาเที่ยว…เมืองมรดกโลก เกาะเชจู UNESCO ให้รางวัลเกาะเชจูเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลก (THE WORLD’S NEW 7 WONDERS OF NATURE) เพราะเกาะเชจูเป็นเกาะที่เกิดใหม่จากภูเขาไฟที่ดับแล้ว

เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล และถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในแถบชายฝั่งด้านเหนือส่วนกลางของประเทศเกาหลีใต้ อีกทั้งยังติดอันดับจุดหมายปลายทางในฝันยอดนิยม ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นอกจากนั้นเกาะเจจูยังเป็นเกาะที่สำคัญเนื่องจากมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ รวมถึงยังได้รับการจดทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกอีกด้วย อันเป็นผลมาจากความสวยงามและความมหัศจรรย์ของเกาะแห่งนี้ ที่ธรรมชาติได้บรรจงแต่งแต้มและสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้น เกาะเจจูยังมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวไม่แพ้เมืองใหญ่อื่น ๆ ในถิ่นโสมขาว เพราะนอกจากเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันแสนจะโรแมนติก และวัฒนธรรมที่ดึงดูดให้ใครต่อใครอยากมาเยือนที่นี่แล้ว ในเรื่องของการเดินทางและการขนส่ง เกาะเจจูก็เพียบพร้อมทั้งสนามบินนานาชาติบนเกาะ รวมทั้งยังมีท่าเรือเฟอร์รี่ที่ทันสมัยและสะดวกสบาย ส่วนในเรื่องของอาหารการกิน และที่พักนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด

ภูเขาฮัลลาซาน คือภูเขาไฟที่ดับแล้วซึ่งมีความสูงถึง 1,950 เมตร ถือว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ และตั้งอยู่ตรงกลางของเกาะเจจู โดยจุดเด่นของภูเขาลูกนี้คือปล่องภูเขาไฟอันมีเส้นรอบวงที่กว้างถึง 550 เมตร และลึก 108 เมตร อีกทั้งในใจกลางกล่องนั้นมียังมีทะเลสาบเล็กๆ อยู่ด้วย สำหรับลักษณะภายนอกของฮัลลาซานนั้นมีรูปทรงคล้ายโล่ที่อยู่ในทรงคว่ำ อีกทั้งที่นี่ยังถือว่ามีระบบนิเวศที่ยอดเยี่ยมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดและพืชพรรณที่หลากหลาย

เกาะอุโด้ Udo Island

เกาะอุโด้เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะเจจู ซึ่งคำว่าอุโด้ในภาษาเกาหลีนั้นหมายความว่าเกาะวัว อันเนื่องมาจากลักษณะของเกาะที่มองดูคล้ายวัวกำลังนอนหมอบ โดยเกาะแห่งนี้มีจุดเด่นในเรื่องของความสวยงามของธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ ซึ่งจุดขายที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดก็คือหาดทรายปะการัง เพราะทรายที่หาดแห่งนี้เกิดจากปะการังที่ตายแล้วทับถมกันกลายเป็นทรายที่ค่อนข้างมีความหยาบ แต่ก็มีความขาวกว่าหาดทรายตามปกติ ส่วนจุดเด่นอีกอย่างก็คือน้ำทะเลอันมี 2 สีตัดกันอย่างเด่นชัด คือสีฟ้าใสในบริเวณใกล้ชายฝั่ง ที่ตัดกับสีน้ำเข้มในพื้นที่ที่ลึกลงไป ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากหินลาวาสีดำจาการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ใต้น้ำนั่นเอง

อ่าวซอพจิโกจิ

อ่าวซอพจิโกจิเป็นอ่าวขนาดเล็กตามความหมายของชื่อ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเจจู ซึ่งในอดีตที่นี่เป็นเพียงแค่พื้นที่แหลมติดทะเลอันมีทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยโขดหินรูปร่างแปลกตา แต่มันก็ไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากนัก ต่อมาได้มีการสร้างโบสถ์ ประภาคาร และอาคารต่างๆ ขึ้นในบริเวณนี้เพื่อใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายทำละคร เนื่องจากความพิเศษของที่นี่คือในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกยูแชสีเหลืองสดจะผลิดดอกบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งไปหมด ซึ่งเป็นภาพที่ติดตาผู้ชมจนทำให้ที่นี่กลายมาเป็นสถานที่ที่โรแมนติกที่สุดของเกาะเจจูในปัจจุบัน